กิจกรรมการเลี้ยงไหม

รายละเอียด

  

หนอนไหมจะกินอาหารตลอดเวลา ยกเว้นตอนลอกคราบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้ใบหม่อนสดในปริมาณที่เพียงพอ โดยแบ่งเวลาเลี้ยงไหมเป็น 4 ช่วงคือ เวลา 06.00 น., 11.00 น., 16.00 น. และ 20.00-21.00 น. โดยในแต่ละมื้อจะให้ใบหม่อนแก่หนอนไหมในปริมาณที่ไม่เท่ากัน โดยในมื้อสุดท้ายจะต้องให้มากกว่ามื้ออื่น ๆ เนื่องจากช่วงระยะเวลาห่างจากมื้อต่อไปจะยาวนานที่สุด 

วิธีเลี้ยงไหม

1. การเลี้ยงไหมวัยอ่อน

การเลี้ยงไหมวัยอ่อน หมายถึง กาารเลี้ยงไหมวัยที่ 1-3 ซึ่งจำเป็นต้องมีการดูแลที่ดีเพื่อทำให้หนอนไหม แข็งแรงและสมบูรณ์ เพราะจะมีผลต่อเนื่องไปถึงไหมวัยแก่ด้วย

ไหมวัยอ่อนจะกินใบหม่อนประมาณ 20-25 กิโลกรัมต่อแผ่นหรือกล่อง ควรเลี้ยงด้วยใบหม่อนสดตามเวลาที่กำหนด ให้เพียงพอ โดยมื้อกลางวันให้เท่าหรือ น้อยกว่ามื้อเช้า ส่วนมื้อเย็นให้มากกว่าเนื่องจากระยะเวลาที่หนอนไหมจะได้ กินใบหม่อนในมื้อต่อไปยาวกว่ามื้ออื่น ใบหม่อนที่ใช้เลี้ยงจะต้องหั่นให้มีขนาดพอดี คือ หั่นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้มีด้านยาวและด้านกว้างขนาดประมาณ 1 1/2 - 2 เท่าของความยาวของตัวหนอน

การเก็บใบหม่อนควรเก็บให้เหมาะสมกับวัย ดังนั้น

วัยที่ 1 ใบที่ 2-3 (นับจากยอดลงมา)

วัยที่ 2 ใบที่ 4-6

วัยที่ 3 ใบที่ 7-10

พื้นที่เลี้ยงไหม

ในการเลี้ยงไหมที่ดี เกษตรกรควรจะดูแลอย่าให้จำนวนหนอนไหมในกระด้งแน่นแออัดเกินไป มีการขยาย

พื้นที่เลี้ยงให้เหมาะสมในแต่ละวัย โดยไหมวัยอ่อนจะใช้พื้นที่ประมาณ 4 ตารางเมตร/กล่อง (อัตรา 5,000 ตัว/ตารางเมตร)

ตัวอย่าง การเลี้ยงไหม 1 กล่อง (แผ่น)

- วัยที่ 1 เริ่มเลี้ยงใช้พื้นที่ขนาด 1-1 1/2 เท่าของแผ่นไข่ตัวเต็มวัยใช้พื้นที่ 1 - 1.3 ตารางเมตร

- วัยที่ 2 ขยายพื้นที่ 2 ครั้ง ตัวเต็มวัยใช้พื้นที่ 2-3 ตารางเมตร

- วัยที่ 3 ขยายพื้นที่ 2 ครั้ง ตัวเต็มวัยใช้พื้นที่ 4-6 ตารางเมตร

การถ่ายมูล

ควรถ่ายมูลไหมตามเวลาที่กำหนด คือ ช่วงก่อนไหมนอนและไหมตื่น เพื่อลดความชื้นและสิ่งหมักหมม ดังนี้

- ช่วงก่อนไหมนอนโรยแกลบเผาหรือปูนขาว วางตาข่ายให้อาหาร 2 มื้อ แล้วยกตาข่ายถ่ายมูล

- ช่วงไหมนอน โรยแกลบเผาหรือปูนขาวเท่านั้น

- ช่วงไหมตื่น โรยสารเคมี วางตาข่ายให้อาหาร 2 มื้อ แล้วยกตาข่ายถ่ายมูลออก

อุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงไหมวัยอ่อน

- วัยที่ 1 อุณหภูมิ 27-28 องศาเซลเซียส ความชื้น 90% ขึ้นไป

- วัยที่ 2 อุณหภูมิ 26-27 องศาเซลเซียส ความชื้น 85-90%

- วัยที่ 3 อุณหภูมิ 25-26 องศาเซลเซียส ความชื้น 80-85 ไหมนอน ความชื้นต่ำกว่า 70%

2. การเลี้ยงไหมวัยแก่

การเลี้ยงไหมวัยแก่ หมายถึง การเลี้ยงไหมวัย 4-5 จนกระทั่งไหมทำรัง การจัดพื้นที่เลี้ยงจะต้องมีขนาดเหมาะสม กับปริมาณหนอนไหม เพราะหนอนตัวโตจะมีการเผาผลาญมาก อาจจะทำให้สภาพอากาศรอบ ๆ ร้อน การจัด การแรงงานก็จะต้องเหมาะสม ใบหม่อนที่เก็บมาเลี้ยงไหมสามารถทำได้ทั้งโดยวิธีเก็บใบและตัดกิ่งเลี้ยง โดยเฉพาะการเลี้ยงไหมพันธุ์ลูกผสมต่างประเทศในวัยที่ 5 เกษตรกรจะตัดกิ่งหม่อนมาเลี้ยงเพื่อความรวดเร็วในการเลี้ยงไหม และประหยัดแรงงานการเลี้ยงไหมด้วย

พื้นที่การเลี้ยงไหม

ในการเลี้ยงไหมพันธุ์ลูกผสมต่างประเทศ เกษตรกรจะตัดหม่อนเป็นกิ่งมาเลี้ยง โดยจะแบ่งพื้นที่การเลี้ยง ดังนี้

1. พื้นที่ 20 ตารางเมตร/กล่อง สำหรับเกษตรกรทั่วไป

2. พื้นที่ 16 ตารางเมตร/กล่อง สำหรับเกษตรกรที่มีความชำนาญ สำหรับเกษตรกรที่เลี้ยงเป็นกระด้งจะใช้ 40 กระด้ง/กล่อง

อุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงไหมวัยแก่

- วัยที่ 4 อุณหภูมิ 24-25 องศาเซลเซียส ความชื้น 75-80%

- วัยที่ 5 อุณหภูมิ 23-24 องศาเซลเซียส ความชื้น 70-75% ไหมนอน ความชื้นต่ำกว่า 70%

การปฏิบัติในการเลี้ยงไหมวัยแก่มีดังนี้

ไหมวัยแก่กินใบหม่อนมากประมาณ 85-90% ของปริมาณใบหม่อนทั้งหมด ดังนั้นควรให้อาหารวันละ 3-4 ครั้ง ในปริมาณที่พอเพียงกับความต้องการ จะทำให้ตัวไหมสมบูรณ์และได้รังดีมีคุณภาพการเลี้ยงด้วยกิ่งจะทำให้ใบหม่อนไม่แห้งเร็ว มีการถ่ายเทอากาศได้ดีและควรขยายพื้นที่ให้เหมาะสมในแต่ละวัยด้วย

ตัวอย่าง การเลี้ยงไหมโดยใช้พื้นที่ 20 ตารางเมตรต่อกล่อง

- วัยที่ 4 เริ่มเลี้ยงพื้นที่ 5 ตารางเมตร ขยายพื้นที่ 2 ครั้งให้ได้พื้นที่ 10 ตารางเมตร

- วัยที่ 5 เริ่มเลี้ยงพื้นที่ 5 ตารางเมตร ขยายพื้นที่ 2-3 ครั้งให้ได้พื้นที่ 20 ตารางเมตร

การถ่ายมูล

ไหมวัยแก่ควรมีการถ่ายมูลบ่อยครั้ง เพราะใบหม่อนที่ให้มีปริมาณมากและจะมีเศษเหลือ เวลาที่ความชื้นสูง

ฝนตกชุกอาจทำให้หนอนไหมเป็นโรคได้ ดังนั้น จึงต้องมีการลดความชื้น ซึ่งสามารถทำได้โดยการโรยแกลบเผาหรือปูนขาว เพื่อลดการเกิดโรคของหนอนไหม

การเก็บไหมสุก

ไหมวัย 5 ประมาณวันที่ 6-8 ตัวไหมจะโตเต็มที่ อาหารที่กินจะถูกนำไปสร้างเป็นต่อมเส้นใยพร้อมจะทำรัง

ลักษณะลำตัวโปร่งแสงมูลไหมมีสีเขียวอ่อน หยุดกินอาหาร เดินเร็ว หัวส่ายไปมาและพ่นเส้นใยออกมาห่อหุ้มตัวเอง

การเก็บไหมสุกเข้าจ่อ ปัจจุบันนิยมเก็บ 2 วิธี คือ

- เก็บทีละตัว นิยมใช้กับการเลี้ยงไหมจำนวนน้อย เพราะเสียเวลามาก

- เขย่ากิ่งสำหรับการเลี้ยงไหมโดยใช้กิ่งหม่อน จะทำให้สามารถเก็บได้เร็ว วิธีนี้จะเหมาะกับการเลี้ยงไหมจำนวนมากเนื่องจากประหยัดแรงงานและสามารถเก็บได้ทันต่อเวลา

จ่อที่ ใช้เก็บรังไหมก็มีหลายชนิด เช่น

- จ่อกระด้ง ใส่ตัวไหมได้ 700 ตัว

- จ่อพลาสติก จ่อลวด จ่อกก ความยาว 1 เมตร ใส่ตัวไหม 300-350 ตัว

- จ่อหมุน ใส่ตัวไหมได้ 1,500 ตัวต่อชุด ดังนั้นจะต้องใช้ประมาณ 12-13 ชุด/กล่อง

การดูแลขณะไหมทำรัง

ก่อนที่ไหมทำรังจะมีการขับถ่ายของเหลวออกมาประมาณ 0.5-1 ซีซี ซึ่งจะส่งผลทำให้สภาพแวดล้อมเปีย

ชื้นและสกปรก ดังนั้นจึงควรหากระดาษมาปูพื้นเพื่อซับความร้อน และปรับสภาพแวดล้อมโดยรอบให้มีการถ่ายเท

อากาศดี อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 23-24 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 65-70%