1.ทาแป้งทั่วใบหน้า เว้นไว้แต่รอบดวงตาและใบหู แป้งที่ทาจะช่วยให้มองเห็นเส้นขนและสิวเสี้ยนได้อย่างชัดเจนอีกทั้งการทาแป้งยังช่วยลดความมันบนใบหน้า เนื่องจากเนื้อแป้งจะมีความฝืด ทำให้เส้นด้ายจับกับขนได้ดี และทำให้ถอนขนได้ง่ายขึ้น 2.ใช้เส้นด้ายพันที่นิ้วมือทั้ง2ข้างเป็นเลข 8 ดึงด้ายให้ตึง แล้วรูดไปบนผิวหน้าให้เส้นขนพันกับด้ายแล้วดึงเร็วๆ ทำเช่นนี้ทั่วใบหน้าเพื่อถอนขน แต่หากอยากแต่งคิ้วก็มีบริการเช่นกัน การทำหมั่งหมิงใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที หลังทำเสร็จอาจจะรู้สึกแสบและคันบนใบหน้า และสังเกตได้ว่าผิวหน้าจะแดงระเรื่อ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะหายไปเอง
วิธีการขูดด้วยเทคนิคกัวซา (หลังทำหมั่งหมิง) ขั้นตอนแรกคือการทาน้ำมันลงบนบริเวณที่ต้องการทำกัวซา แล้วจับไม้กัวซาหรือวัสดุที่นำมาขูดทำมุม 45 องศา เวลาขูดบริเวณที่เป็นจุดต้องผ่านตำแหน่งของกระดูก ควรขูดเบาๆ ไม่ต้องลงน้ำหนักแรง เวลาขูดควรให้ได้ระยะยาวๆ โดยขูดจากบนลงล่าง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดของเนื้อเยื่ออ่อน โดยส่วนมากกัวซาจะนิยมทำบริเวณลำคอ แขน แผ่นหลัง ก้น สะโพก และขา ได้อีกด้วย โดยการทำที่ใบหน้าจะทำให้ผิวกระชับขึ้น
การถอนขนด้วยหมั่งหมิง จะช่วยกำจัดขนบนใบหน้าและเซลล์หนังกำพร้าให้หลุดออก ช่วยทำความสะอาดใบหน้าและสิ่งสกปรกออกไปได้ เมื่อทำเสร็จในครั้งแรกจึงสามารถสัมผัสได้เลยว่าผิวหน้าจะเนียนมากขึ้น แต่ถ้าจะให้ดีควรทำต่อเนื่องเดือนละ1ครั้ง เพื่อทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่มตลอดเวลา นอกจากนี้ การทำหมั่งหมิงจะช่วยให้เราได้ขัดสิวเสี้ยน กำจัดสิวอุดตันออกไป ทำให้ผิวหน้าขาวใส เวลาทาแป้งจะติดหน้าได้ดี หรือทาครีมก็จะช่วยให้ครีมซึมเข้าสู่ผิวหน้าได้ดีขึ้น อีกทั้งเป็นการนวดหน้า และทำให้โลหิตไหลเวียนได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้หลังการทำหมั่งหมิง ผิวหน้าจะดูเปล่งปลั่งและมีสุขภาพดีมากขึ้น
ข้อควรระวังสิ่งแรกคือ การทำหมั่งหมิงไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เป็นภูมิแพ้ผิวหนัง มีผื่นผิวหนังอักเสบ มีบาดแผล หรือมีสิวอักเสบที่ใบหน้า หากมีอาการเช่นนี้อยู่ ยังไม่ควรรีบทำหมั่งหมิ่ง เพราะจะทำให้ผิวหน้าเกิดการอักเสบลุกลามยิ่งไปกว่าเดิม ควรรักษาแผลให้หายดีเสียก่อนแล้วค่อยมาทำ อีกหนึ่งข้อควรระวัง คือหลังการทำหมั่งหมิงให้งดทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับใบหน้า เช่น การใช้มือสัมผัสหน้า การแต่งหน้า ทาแป้ง เป็นต้น เป็นเวลาอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง