วัดพระธาตุดอยจอมทอง เสาหลักเมือง และ หอเจ้าพ่อเจ้าแม่ดอยจอมทอง

วัดพระธาตุดอยจอมทอง(หรือวัดพระธาตุดอยตอง ตามสำเนียงคนเชียงราย) ตั้งอยู่ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงรายเป็นหนึ่งในวัดพระธาตุ 9 จอมของจังหวัดเชียงราย เป็นวัดที่เก่าแก่ และถือเป็นปูชนียสถานแห่งหนึ่งในเก้าจอมของสถานที่อันเป็นมงคลนามของจังหวัดเชียงราย โดยวัดพระธาตุดอยจอมทองนี้ สันนิษฐานว่าสร้างก่อนที่พญามังรายมหาราชจะเสด็จมาพบพื้นที่บริเวณนี้ และโปรดให้สร้างเมืองเชียงรายในปี 1805 โดยตามประวัติที่มีการกล่าวถึงวัดพระธาตุดอยจอมทองระบุว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพญาเรือนแก้ว เจ้าผู้ครองเมืองไชยนารายณ์ (บริเวณอำเภอเวียงชัยปัจจุบัน) พ.ศ. 1483 โดยในการสร้างวัดครั้งนั้น ได้มีการสร้างองค์พระเจดีย์ประธานของวัดขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้า ที่พระมหาเถระชาวลังกาได้นำมาถวายแค่พญาพังคราชแห่งเมืองโขนกนาดพันธุ์ซึ่งพญาพังคราชได้โปรดให้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น 3ส่วน และนำไปประดิษฐาน ณ พระบรมธาตุเจดีย์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน ได้แก่ พระมหาชินธาตุเจ้าดอยถุง พระธาตุจอมกิตติ และพระธาตุดอยจอมทองแห่งนี้ จนกระทั่ง ในปี พ.ศ. 2530 เมื่อเมืองเชียงรายมีการจัดงานเฉลิมฉลองเมืองเชียงรายครบรอบ 725 ปี พื้นที่กลุ่มดอยสามเส้านี้ ได้รับความสนใจให้มีความสำคัญเชิงภูมิทัศน์แบบจารีตอีกครั้ง โดยมีการจัดสร้างเสาสะดือเมืองขึ้นที่บริเวณดอยจอมทอง โดยจังหวัดเชียงรายทูลเกล้าถวาย เสาหลักเมืองแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระสุหร่ายและทรงเจิม วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2531 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เสาหลักเมืองเชียงราย ถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเชียงราย จนถึงปัจจุบัน โดยมีการสร้างเสาสะดือเมือง พร้อมทั้งค้นคว้าหาหลักฐา ประตูเมือง และ กำแพงเมืองเชียงราย โดย ได้นำรูปแบบมาจากเสาใจกลางบ้านของหมาบ้านชาวไทลื้อในล้านนา มีเสากลางและเสา 4 ด้านล้อมรอบ แต่เสาใจกลางบ้านนสร้างขึ้นด้วยไม้ โดยมีนายพิทยา บุนนาค อาจารย์พิเศษ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำรูปแบบ “พนมบาแกง” ของขอมมาปรับปรุงเป็นแบบเพื่อความสวยงาม โดยยึดตามระบบของจักรวาล เสาสะดือเมืองตั้งอยู่บนรูปสมมติของจักรวาล อันเป็นคติมีมาแต่โบราณ หันไปทางทิศตะวันออก ลานรอบนอกหมายถึงแผ่นดิน ล้อมด้วยคูน้ำ เปรียบเหมือนน้ำในขอบจักรวาล รอบในยกขึ้น 6 ชั้น หมายถึงสวรรค์ทั้ง 6 คือ จาตุมหาราชิก ดาวดึงส์ ยามา ดุสิตา นิมานรดี และปรนิมมิตวสวัสดี แล้วยกขึ้นอีก 3 ชั้น หมายถึงรูปภูมิ อรูปภูมิ และนิพพาน เสาสะดือเป็นดั่งเขาพระสุเมรุ ตั้งอยู่บนบาน 3 เหลี่ยม เปรียบเหมือนตรีกูฏบรรพต หรือผา 3 เส้า ล้อมด้วยเสา 108 ต้น อันหมายถึงสิ่งสำคัญในจักรวาล ล้อมด้วยร่องน้ำ 5 ร่อง เป็นดั่งปัญจมหานที ลดหลั่นไหลลงสู่พื้นดิน (นครินทร์ น้ำใจดี ,2566) นอกจากนั้นภายในวัดพระธาตุดอยจอมทองยังเป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ดอยทอง ความสำคัญ กลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลที่เขามาอาศัยในเมืองเชียงราย มีความศรัทธาต่อเจ้าพ่อดอยจอมทองและมีบทบาทสำคัญในการบูรณปฏิสังขรณ์ เดิมศาลดังกล่าวประดิษฐานรูปปั้นสำริดซึ่งหล่อเป็นรูปนูนต่ำ ซึ่งเป็นรูปเคารพสำคัญซึ่งใช้ในพิธีการเลี้ยงผีพระเจ้าเจินเมือง ซึ่งเคยเลี้ยงในคุ้มหลวงเมืองเชียงราย ภายหลังเมื่อนำมาประดิษฐานศาลบนวัดเจ้าพ่อดอยจอมทอง รูปเคารพหายไป กลุ่มชาวจีนในกรุงเทพ มีความศรัทธาสร้างรูปเคารพใหม่เป็นรูปแกะสลัก เจ้าพ่อเจ้าแม่ ขึ้นใหม่ ซึ่งชาวในเมืองเชียงรายมีความศรัทธาเคารพนับถือเจ้าพ่อดอยจอมทอง จึงได้ร่วม ในปี พ.ศ.2512 รูปสลักองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่มีสภาพชำรุด เจ้าของโรงสี จั่วเฮงล้ง(โรงสีห้าแยก)จึงได้ขอบูรณะและได้มีการอัญเชิญแห่จากศาลเจ้าบนดอยจอมทองมายังศาลเจ้าในย่านตัวเมืองเชียงราย (นครินทร์ น้ำใจดี ,2566) ปัจจุบันกลุ่มชาวจีนในเมืองเชียงราย มีการสืบทอดประเพณีการแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ดอยจอม โดยชาวจีนจัดพิธีแห่เจ้าพ่อและเจ้าแม่ดอยจอมทอง ในช่วงวันที่ 12 ธันวาคม ซึ่งถือเป็นวันแรกของเทศกาล พิธีจะเริ่มต้นด้วยการอัญเชิญกระถางถูป องค์เจ้าพ่อและเจ้าแม่ดอยจอมทอง เสด็จลงมาผ่านบันไดด้านหน้าศาลเจ้า ซึ่งมีความสูงและชัน ความศรัทธาชาวจีนในเชียงรายมิได้เป็นอุปสรรค์ต่อการเดินลงจากดอยสูงสู่ถนนไกรสรสิทธิ์ ที่อยู่เบื้องล่างศาลเจ้า ต่างพร้อมใจกันเดินลงบันไดดังกล่าว เรียกบันไดดังกล่าวว่า “บันไดเทพเสด็จ” หลังจากนั้นจึงแห่มายังบริเวณปะรำพิธีที่จัดสร้างไว้บริเวณด้านหน้าของศาลเจ้ามูลนิธิสาธารณะกุศลเชียงราย บนถนนบรรพปราการเป็นเวลาห้าวัน ในช่วงกลางคืนจะมีการแสดงเงี้ยว โดยเจ้าภาพงิ้วในแต่ละคืนชาวจีนในเชียงรายซึ่งมาขอพรจากเทพเจ้าและประสบผลสำเร็จ ค้าขายร่ำรวย มักจะมาขอเป็นเจ้าภาพในการแสดงงิ้วกับมูลนิธิสาธารณะกุศลสงเคราะห์เชียงราย เมื่อสิ้นสุดงานเทศกาลงิ้ว จะมีพิธีแห่อัญเชิญเจ้าพ่อ เจ้าแม่ดอยจอมทอง กลับไปประทับที่ศาลเจ้าบนดอยจอมทอง (นครินทร์ น้ำใจดี และคณะ ,2564) ในปัจจุบัน ทั้งสามจุดศักดิ์สิทธิ์ มีจุดสำหรับบริการดอกไม้เอการบูชา โดยเกิดการส่งเสริมจากงานวิจัย จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย ผู้สูงอายุ และนักออกแบบร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์เรื่องบูชาที่ประดิษฐ์จากดอกไม้แห้ง และวัสดุเหลือใช้ เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมให้เกิดการลดใช้ขยะและสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์( ณัฐทิยา วัฒนศิริศาสตร์,2565)

ที่ตั้ง

ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย