วัดกลางเวียง
วัดกลางเวียง ตั้งอยู่ใจกลางเวียงเชียงรายเดิมชื่อวัดจั๋นต๊ะโลก หรือวัดจันทน์โลก มูลเหตุที่ชื่อว่าวัดจั๋นต๊ะโลก ปรากฏจากเอกสารจดหมายเหตุเมืองเชียงราย ที่บันทึกโดยครูบาปัญญาลังกา วัดศรีบุญเรือง ว่า เนื่องจากในอดีตมีต้นไม่จันทน์แดง ซึ่งเป็นไม้ที่มีค่า เพราะมีกลิ่นหอมและใช้ทำยาได้ จึงตั้งชื่อวัดตามสถานที่ต้นไม้ตั้งอยู่ว่า “วัดจั๋นต๊ะโลก” ภายหลังเมื่อล้านนาตกเป็นเมืองขึ้นของ และเกิดการฟื้นม่านส่งผลให้เชียงรายกลายเป็นเมืองร้างอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2386 ในรัชสมัยพระยาพุทธวงษ์ (พ.ศ.2369-2389)เจ้าหลวงองค์ที่ 4 แห่งเมืองเชียงใหม่ จึงทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ฟื้นเมืองเชียงราย ในปี พ.ศ.2386 ทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เจ้าธรรมลังกา(เจ้าหลวงเชียงรายองค์ที่ 1) (พ.ศ.2386 – พ.ศ.2407 /21 ปี ) เจ้านายเชื้อสายเจ้าเจ็ดตน เป็นเจ้าหลวงเมืองเชียงราย ในปี พ.ศ.2400 ในช่วงปลายรัชสมัยเจ้าธรรมลังกา(เจ้าหลวงเชียงรายองค์ที่ 1)ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการบูรณะวัดจันทน์โลก หรือจั๋นตะโลก มีการรางวัดจากสี่มุมเมืองพบว่าตำแหน่งของวัดจั๋นตะโล๋ก ตั้งอยู่บริเวณจุดศูนย์กลางของเมือง จึงได้มีการทำพิธี “จำหมายสะดือเวียง” (การตั้งสะดือเวียงเชียงราย) เพื่อเป็นศูนย์รวมใจของชาวเมืองเชียงราย รูปแบบของสะดือเมืองเชียงราย เป็นรูปทรงสถูปเส้นผ้าศูนย์กลาง 6 ศอก (3 เมตร) สูง 8 ศอก(4เมตร) รูปทรงเหมือนฟักแก้ว(ฟักทอง) มียอดสูงขึ้นไป มีการสร้างมณฑปครอบอีกชั้นหนึ่ง มีการจัดประเพณีสืบทอดพิธี ในในแรม 13 ค่ำ เดือน 8 เหนือ ถึงช่วง วันออก 4 ค่ำเดือน 9 เหนือ ซึ่งนำรูปแบบประเพณีอินทขิลจากเมืองเชียงใหม่ มาเป็นแบบอย่าง รูปแบบประเพณี คณะศรัทธาวัด นำตระกล้าขนาดใหญ่รอรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อสังเวย มีการขึงด้ายสายสิญจน์รอบเมืองตามแนวกำแพงเมือง ถือเป็นการสืบชะตาเมืองด้วยมีการบูชาโชคลาภด้วยการ “ปู่จาเทียน” ที่สะดือเวียง มีการบรรเลงเพลงบูชา ด้วยวงดนตรีปี่พาทย์ มีการฮ่ำสะดือเวียง และการฟ้อนรำถวาย ฟ้อนหอก ฟ้อนดาบ และมีการฟ้อนผีเพื่อเป็นการบูชา มีการฟ้อนมดผีเมง ฟ้อนผีเจ้านาย ในงานพิธี (สถาบันราชภัฏเชียงราย,2543: น.113) คณะศรัทธาที่สำคัญของวัดกลางเวียงในยุคแรกเป็นกลุ่มชาวไทเขิน ที่อพยพเข้ามาในยุคฟื้นม่านของเมืองเชียงราย ดังปรากฏหลักฐานจากพระรูปประธานภายในวิหารก่อนการบูรณะในสมัยสมัยหลังที่มีรูปแบบศิลปะแบบชาวไทเขิน ภายหลังในปีพ.ศ. 2446 เกิดวาตภัยส่งผลให้ต้นจันทร์ภายในวัดโค่น ส่งผลให้ทับหลังค่วิหารและกุฎิวัด โดยการค้นในครั้งนั้นเจ้านายเชียงรายได้เลื่อยไม้จันทร์เป็นสองท่อน โดยท่อนที่เป็นส่วนปลายส่งไปถวายเจ้านายเมืองเชียงใหม่ ส่วนท่อนที่เป็นโคนต้นเก็บไว้ที่เชียงรายโดยเก็บรักษาไว้บริเวณฐานชุกชีภายในวิหาร ซึ่งมีคำพูดที่กล่าวกันสืบมาว่า “เค้าอยู่เชียงราย ปลายอยู่เชียงใหม่” ส่งผลให้การเรียกชื่อวัดจากวัดจันทน์โลกกลางเวียง ถูกเรียกสั้นลงว่า “วัดกลางเวียง” จนถึงปัจจุบัน จนกระทั่ง ในปี พ.ศ.2469 สมัยครูบาสุตาลังการ อภิวังโส มีการรื้อสะดือเวียง เนื่องจากมีสภาพที่ทรุดโทรม หลังจากนั้นใน ปีพ.ศ.2535 ในสมัยพระครูศาสนากิจโกศล เจ้าอาวาสวัดกลางเวียงร่วมกันคณะศรัทธาวัดได้ร่วมกันสร้างหลักเมืองเชียงรายขึ้นมาใหม่และสร้างมณฑปครอบไว้ ในบริเวณตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นที่ตั้งของสะดือเมืองเชียงราย จนกระทั่งในปี ในปี พ.ศ.2565 วัดและชุมชนเกิดการสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูประเพณีใส่ขันดอก ซึ่งเป็นผลผลิตจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยอาศัยศึกษาองค์ความรู้เป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูประเพณี โดยมีวัดกลางเวียง เป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้คนในเมืองเข้ามาทำงานร่วมกัน ได้แก่ วัดกลางเวียง ชุมชนเกาะลอย ชุมชนเทิดพระเกียรติ ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียหลัก (Key Stakeholders) สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการผู้มีหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนงานทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม หน่วยงานการท่องเที่ยว กลุ่มศิลปินท้องถิ่น นักออกแบบ เพื่อขับเคลื่อนให้เทศกาลเดือนแปดเข้าเดือนเก้าออก ใส่ขันดอกสะดือเมืองเชียงราย เป็นงานประเพณีที่ส่งเสริมเส่นห์ให้กับเมืองเก่าเชียงราย เกิดกิจกรรมใหม่ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาร่วมกิจกรรมในเมืองเก่าเชียงรายมากขึ้น เกิดการใช้สอยเกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากกิจกรรมทางวัฒนธรรม ผลจากการฟื้นฟูงานประเพณีช่วยผลักดันให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ทางใหม่ของย่านเมืองเก่าเชียงราย โดยได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรมเชิดชูภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ การฝึกถ่ายทอดองค์ความรู้จากครูภูมิปัญญา สู่เยาวชนรุ่นใหม่ โดยมีการกำหนดจัดในช่วงของการจัดงานประเพณีเป็นประจำทุกปี เกิดการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถนำองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการงานประเพณี ไปถ่ายทอดให้กับชุมชนอื่นๆในเขตเมืองเก่าเชียงราย ในฐานะพี่เลี้ยง ได้แก่ การนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดให้กับชุมชนวัดพระแก้ว ในการจัดงานประเพณีอัญเชิญพระหยกเชียงราย การใส่ขันดอกบูชาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ (นครินทร์ น้ำใจดี และคณะ,2567) คติการบูชา หลักการบูชาเสาสะดือเมืองเชียงราย ประเพณีการใส่ขันดอกวัดกลางเวียง จัดในช่วงเดือนเก้าของชาวล้านนา หรือในราวเดือน พฤษภาคม ของทุกปี สิ่งที่ต้องเตรียมไปสำหรับการบูชา ประกอบด้วย กรวยดอกไม้ และใบพื้นเมือง จำนวน 38 กรวยดอกไม้ เพื่อบูชาเสาสะดือเมืองถือเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองเชียงราย เป็นที่สถิตย์อยู่ของเทวดารักษาเมือง ตลอดจนการบูชาขวัญเมือง ชาวล้านนามีความเชื่อว่าเมืองมีชีวิต มีขวัญเช่นกับมนุษย์ การบูชาทำให้เกิดศิริมงคลแก่บ้านเมือง ฝนตกตามฤดูกาลพืชผลทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ คณะกรรมการผู้จัดงานมีแนวทางร่วมกันในการรณรงค์ให้ใช้ดอกไม้ และใบไม้พื้นเมือง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ดอกไม้พื้นบ้าน โดยทางวัดจุดบริการเพื่อบูชากรวยดอกไม้ หากไม่สะดวกเตรียมมาด้วยตนเองโดยเงินจากการจำหน่ายนำไปสู่การสะสมเป็นกองทุนเพื่อจัดงานในปีถัดไป นอกจากการมาสักการะในช่วงการจัดงานแล้ว สามารถมาบูชาได้ทุกวัน โดยอยู่ในระหว่างการพัฒนาชุดสักการะเพื่อการบูชาสนองต่อการท่องเที่ยว ประกอบด้วย กรวยดอกไม้บูชา ผ้าผูกเสาสะดือเมือง เทียนบูชาสะเดาะห์เคราะห์ และได้พระพิมพ์จากดอกไม้กลับไปบูชาที่บ้านเพื่อเป็นสิริมงคล โดยพระพิมพ์เกิดจากกระบวนการลดขยะให้เหลือศูนย์ คือ แยกขยะจากเศษดอกไม้ ใบไม้ วัสดุธรรมชาติ ที่คนนำมาบูชาจำนวนมากจากงานเทศกาลใส่ขันดอก มาตากให้แห้งและนำมาป่นเป็นผง ภายหลังจากการจัดงานประเพณีการนำมาพิมพ์เป็นพระพิมพ์เพื่อการบูชา ถือเป็นการบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร
ที่ตั้ง
ตำบลเวียง อำเภอเมือ จังหวัดเชียงราย