ภูเขาไฟกระโดง


ชื่อท้องถิ่น : ภูเขาไฟกระโดง

ภูเขาไฟกระโดง เป็นภูเขาไฟที่มีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทย คือประมาณ 0.9 - 0.3 ล้านปี เป็นภูเขาไฟที่เกิดตามแนวรอยเลื่อนแบบรอยเลื่อนย้อน (Thrust - Fault) ภูเขาไฟกระโดงเป็นภูเขาไฟลูกที่อยู่ไกลจากแนวรอยเลื่อนมากที่สุด คือ ประมาณ 75 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเนินเขาเตี้ยๆ สูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 265 เมตร ตำแหน่งเนินเขาที่สูงที่สุดประมาณ 283 เมตรเหนือ ระดับน้ำทะเลปานกลาง มีพื้นที่ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ ปากปล่องช่องปะทุประมาณ 1.3 ตารางกิโลเมตร ลักษณะของซากปล่องปะทุ เป็นรูปพระจันทร์ครึ่งซีก เนื่องจากส่วนของปล่องปะทุด้านตะวันออกและตะวันตก มีการพังทลายมากกว่าด้านอื่นๆ พบเป็นแนวหินหลอมละลาย ลาวามีการไหลไปสู่บริเวณโดยรอบ โดยพบว่าจะมีร่องรอยการไหลไปสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด แต่ก็ยังปรากฏรูปทรงของปากปล่องช่องปะทุอย่างชัดเจน มีน้ำขังทำให้มีสภาพเดิมเป็นทะเลสาบขนาดเล็กที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศไทย

ลักษณะโดยทั่วไปของภูเขาไฟกระโดง เป็นเนินเขาที่มีความสูงไม่มากนัก มีความลาดเอียงบริเวณฐานน้อยมาก เมื่อมองจากที่สูงจะดูคล้ายชามก๋วยเตี๋ยวขนาดใหญ่คว่ำอยู่กลางทุ่งนา ยอดเนินที่เป็นขอบปล่องปะทุด้านทิศใต้เรียกว่าเขาใหญ่ ยอดเนินที่เป็นขอบปล่องทางด้านทิศเหนือ เรียกว่า เขาน้อย บริเวณที่เป็นปล่องปะทุ คือบริเวณที่เป็นหุบเขา อยู่ระหว่างเขาใหญ่และเขาน้อย เดิมมีสภาพเป็นสระน้ำที่สวยงาม แต่เป็น ที่น่าเสียดายที่ปัจจุบัน มีการขุดลอกปรับภูมิทัศน์เพื่อการท่องเที่ยว น้ำที่เคยขังอยู่ตลอดทั้งปีเพราะมีเศษตะกอนที่ก้นสระหายไป จึงทำให้ไม่สามารถเก็บขังน้ำได้ดังเช่นอดีต และทางจังหวัดมีการสร้างสะพานแขวนเหนือบริเวณปากปล่อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดิมชมได้สะดวก หินภูเขาไฟที่ พบที่เขากระโดง จัดอยู่ในกลุ่มหินบะซอลต์เป็นส่วนใหญ่เป็นหินบะซอลต์ที่มีรูพรุนพวก Vesicular Basalt และ Scoriaceous Basalt  หินตะกรันภูเขาไฟ (Pyroclastic Materials) เป็นพวกวัสดุที่ถูกแรงระเบิดโยนขึ้นไปในอากาศแล้ว  ตกลงมา อาจเป็นลาวาเย็นตัวในอากาศ หรือตกลงมาแล้วเย็นแข็งตัวก็ได้ เช่น Volcanic Bomb, Ash, Breccia และ Cinder หินเหล่านี้จะตกลงมาทับถมอยู่โดยรอบของปากปล่องช่องปะทุ พวก Bombs จะมีมากกว่าภูเขาไฟลูกอื่นๆ ในเขตอีสานใต้มีรูปร่างลักษณะหลากหลายรูปแบบ เช่น  แบบหยดน้ำ จานบิน หัวมันเทศ (Fusiform Bomb) มีขนาดเล็กตั้งแต่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 เซนติเมตรจนถึงเกือบ 2 เมตร และแต่ละก้อนแสดงร่องรอย การหลอมละลายและการบิดตัวเนื่องจากถูกแรงเหวี่ยงปลิวขึ้นไปในอากาศ หินบะซอลต์ใกล้ช่องปะทุระเบิด มีลักษณะแสดงการไหล (Lava Flow) ชนิด Pahoehoe  มีผิวเรียบ (Dermolithic Solidification) แบบบิดเป็นเกลียวเชือก (Ropy or Tape Stry Like) หรือคล้ายผ้าพับทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ (Thin Sheets) เนื้อหินเป็นเนื้อละเอียดสีดำถึงเทา มีผลึกแร่ขนาดเล็กของแร่โอลิวีน (Olivine) เนื้อพื้น (Groundmass) เป็นแร่เฟลด์สปาร์ชนิดแพลจีโอเคลส มีผลึกของแร่อะพาไทต์ (Apatite) และ แมกนีไทต์ ( Magnetite) ออไจต์(Augite) และพบแร่ซีโอไลด์แคลไซต์ (Calcite) ตกผลึกในช่องว่างของหินเนินภูเขากระโดง มีธารลาวาไหลแพร่กระจายโดยรอบปล่องช่องปะทุ ซึ่งอยู่ในเขตศูนย์กลางเนินภูเขาไฟนี้พื้นที่ของเนินภูเขาไฟมีประมาณ 1.5 ตารางกิโลเมตร แต่ถ้าคิดพื้นที่ทั้งหมดที่ธารลาวาแผ่กระจายคลุมจะกว้างขวางมาก คือมี พื้นที่ประมาณ 120 ตารางกิโลเมตร เป็นภูเขาที่มีขนาดพื้นที่มากที่สุดของจังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณตอนกลางของเนินยังคงเห็นร่องรอยรูปทรงปากปล่องช่องปะทุที่มีการพ่นปะทุหรือระเบิด     ของหินตะกรันภูเขาไฟ บริเวณใกล้ปล่องปะทุจะมีความลาดชันมาก แต่ห่างออกไปจะเป็นเนินลูกระนาดเฉลี่ยความลาดเอียงประมาณ 1 กิโลเมตร ความสูงต่างกันประมาณ 10 เมตร ซึ่งเกิดจากการทับถมของหินหลอมละลายที่เหนียวข้น (Highly vigcous) มีพวกซิลิก้า (Silica ) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ เย็น แข็งตัวเร็วจึงพอกพูนในทางดิ่งมากกว่าทางราบ และมีกลุ่มฝุ่นเถ้าถ่าน (Dust and Ash) กลุ่มก๊าซ ไอน้ำเดือดจัด และการไหลหลากของธารลาวาออกมา หินบะซอลต์บริเวณปากปล่องจะมีฟองอากาศ ฟองก๊าซต่างๆ แทรกในเนื้อหิน บางก้อนมีรูพรุนคล้ายรังปลวก ที่เรียกว่า Scoria หากมีขนาดใหญ่พอจะสามารถลอยน้ำได้หินบะซอลต์  บางก้อนเนื้อแน่นและที่ผิวก้อนหินมีริ้วรอยการหลอมละลาย การไหล ผิวหินเรียบ บิดตัวเห็นได้ชัดเจน

ลักษณะต่างๆ ที่กล่าวมานี้ เกือบจะไม่พบในภูเขาไฟลูกอื่นๆ ในประเทศไทยเลย ทั้งนี้เพราะภูเขาไฟกระโดงมีอายุน้อยที่สุด ดังนั้นลักษณะของหินยังสด การผุสลายตัวยังไม่มากนักโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภูเขาไฟกระโดง เป็น ภูเขาไฟลูกเดียวในประเทศไทยที่พบหินระเบิดภูเขาไฟ (Volcanic Bomb) มากที่สุด  มีความหลากหลายทั้งขนาดและรูปร่างอีกด้วย  บริเวณใกล้ปล่องปะทุจะพบหินสคอเรีย ซึ่งมีน้ำหนักเบาสามารถลอยน้ำได้เช่นเดียวกับพัมมิส เรียกว่าฟองน้ำลายพญานาค แต่หินพัมมิสไม่เคยพบในเขตอีสานใต้   ภูเขาไฟกระโดงนี้เป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วยเล็กๆ ประมาณ 10 สาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลำห้วยที่มีน้ำมากเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น ลำห้วยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีสองสาย ซึ่งในอดีตจะมีน้ำตลอดทั้งปีคือลำห้วยกระโดง และห้วยตลาด ลำห้วยกระโดงจะไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และห้วยตลาดไหลไปทางทิศใต้ไหลอ้อม  ไปทางทิศตะวันตกและทิศเหนือลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ในปัจจุบันทั้งห้วยตลาดและห้วยจระเข้มาก เป็นแหล่งที่มีนกนานาชนิดมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทางกรมป่าไม้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทางจังหวัดได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งของจังหวัด โดยเฉพาะที่ห้วยจระเข้มาก บริเวณที่เรียกว่าห้วยแสงเหนือได้มีการทดลองปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทย ที่ทางองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ได้ทดลองเพาะเลี้ยงและนำคืนสู่ธรรมชาติเป็นแห่งแรกในประเทศไทย

บริเวณยอดเขาน้อย มีปราสาทขอมโบราณ เรียกว่า ปราสาทเขากระโดง ก่อด้วยหินทรายบนฐานแลง 1 หลัง ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นมณฑปสำหรับประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ทำให้ไม่สามารถกำหนดอายุได้ว่า มีการก่อสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่า น่าจะมีการก่อสร้างร่วมสมัยกับปราสาทอื่นๆ ในจังหวัดบุรีรัมย์ คือ ช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 - 18 และใกล้ ๆ กันกับตัวปราสาท เป็นที่ประดิษฐานพระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวบุรีรัมย์ เป็นพระพุทธรูปนั่งปางสมาธิองค์ใหญ่ที่สุดของชาวบุรีรัมย์ สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในระยะไกล จากบริเวณลานด้านหน้าองค์พระ จะเป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นตัวเมืองบุรีรัมย์แบบพานอรามา บริเวณขอบปล่องด้านทิศใต้ที่เรียกว่าเขาใหญ่ เคยเป็นที่ตั้งของสถานีถ่ายทอดสัญญาณของสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และช่อง 7 บริเวณรอบๆ เขากระโดงเคยได้รับการประกาศเป็นวนอุทยานแห่งชาติเขากระโดง ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขากระโดง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อน ใจที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของชาวจังหวัดบุรีรัมย์


----------------------------------------------------------------------
บรรณานุกรม  เทศบาลเมืองบุรีรัมย์. (ม.ป.ป.). ใน ประวัติศาสตร์เมืองบุรีรัมย์. กรมศิลปากร. (2531). ใน ปราสาทพนมรุ้ง. กรุงเทพ. กรมศิลปากร. (2540). ใน ปราสาทเมืองต่ำ. กรุงเทพ. กรมศิลปากร กองโบราณคดี. (2532). ใน แผนที่ทางโบราณคดีจังหวัดบุรีรัมย์ . โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กรมศิลปากร กองโบราณคดี. (2532). ใน แผนที่ทางโบราณคดีจังหวัดบุรีรัมย์ . โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กรมศิลปากร กองโบราณคดี. (2536). ใน ทำเนียบโบราณสถาณขอมในประเทศไทยเล่ม 2 จังหวัดบุรีรัมย์. กรุงเทพ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด น่ำกังการพิมพ์. กรมศิลปากร กองโบราณคดี. (2557). โครงการสำรวจขุดแต่งและออกแบบเพื่อการบูรณะปราสาทปลาย บัด 1. ใน รายงานการแต่งขุดแต่ง - ขุดค้น ปราสาทปลายบัด 1. กระทรวงมหาดไทย. (2526). ใน ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคจังหวัดบุรีรัมย์. จุมพล วิเชียรศิลป์. (ม.ป.ป.). ใน ภูมิศาสตร์อีสาน ใต้ภาควิชาภูมิศาสตร์ วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ . จุมพล วิเชียรศิลป์. (2535). ใน ภูมิศาสตร์จังหวัดบุรีรัมย์. ปุราณรักษ์. (2557). โครงการสำรวจขุดแต่งและออกแบบเพื่อการบูรณะปราสาทปลายบัด 1. ใน ปุราณ รักษ์. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. (2551). ใน ปราสาทขอมในดินแดนไทย ความเป็นมาและข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ. กรุงเทพ: มติชน. วัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดบุรีรัมย์. (2544). ใน คณะกรรมการประมวลเอกสารและจดหมายเหตุฯ, เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว


สถานที่ : ภูเขาไฟกระโดง ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำซับ ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจาก ตัวจังหวัดประมาณ 6 กม. การคมนาคมสะดวก เพราะมีถนนราดยางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ผ่าน ภูเขาไฟกระโดง เป็นภูเขาไฟที่มีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทย คือประมาณ 0.9 - 0.3 ล้านปี

จังหวัด : บุรีรัมย์ อำเภอ : เมืองบุรีรัมย์ ตำบล : เสม็ด