ภูเขาไฟอังคาร
ชื่อวิทยาศาสตร์ :
ภูเขาไฟอังคาร
ชื่อท้องถิ่น : ภูเขาไฟอังคาร หรือ เขาอังคาร
ภูเขาไฟอังคารอยู่ห่างจากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ประมาณ 90 กิโลเมตร อยู่ห่างจากเขาพนมรุ้งประมาณ 10 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 90 ตารางกิโลเมตร เป็นเนินเขาฐานกว้าง มีลักษณะเป็นรูปเนินรี วางตัวในแนวเหนือ – ใต้กว้างประมาณ 12 กิโลเมตร ยาวประมาณ 15 กิโลเมตร มีความสูง 331 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นต้นกำเนิดของลำห้วยเล็กๆ หลายสาย เช่น ห้วยสวายสอ คลองตาเขียว คลองหิน คลองสะส่าง ลำท้องเรือ ห้วยมะกอก คลองไผ่ คลองหินลาด คลองต้อ เป็นต้น ลำห้วยเหล่านี้ส่วนมากจะมีน้ำไหลเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น และไหลลงสู่ลำนางรอง ไหลต่อไปสู่ลำปลายมาศและลำน้ำมูลในที่สุด ส่วนทางซีกตะวันออก มีลำห้วยคลองปูน คลองพลิก ไหลลงสู่ลำปะเทีย ไหลต่อไปสู่ลำชี และลงสู่ลำน้ำมูล
ภูเขาไฟอังคารเป็นภูเขาไฟที่มีร่องรอยการยุบถล่ม (Subsidence) ชัดเจน ถือเป็นภูเขาไฟที่มีช่องปล่องปะทุที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เกิดเป็นหุบเขาลึกค่อนข้างกลม เป็นภูมิสัณฐานแบบแอ่ง คัลดีร่า (Caldera) ซึ่งเกิดจากการถล่มลงไปของพื้นที่โดยรอบปล่องภูเขาไฟ เนื่องจากหินหลอมละลายใต้ฐานภูเขาไฟดันปะทุออกมาสู่ผิวโลก จึงทำให้บริเวณใต้ฐานปล่องภูเขาไฟเป็นโพรง ไม่มีมวลหินที่จะพยุงหินที่อยู่ข้างบน ลักษณะเเอ่งคัลดีร่าของเขาอังคารนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในประเทศไทย มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-5 กิโลเมตร มีหน้าผาชัน (Bluff) อยู่โดยรอบ และใจกลางของแอ่งคัลดีร่านี้ จะมีการระเบิดปะทุซ้ำ เกิดเป็นเนินภูเขาไฟรูปกรวย เป็นเนินเขาโดดเดี่ยว สูงชะลูดชันมาก เกิดจากหินหลอมละลาย (Molten rocks) ที่ไหลปะทุออกมา เหนียวข้นมาก และเย็นตัวรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อไหลบ่าออกมาจากปล่องช่องปะทุ(Volcanic vent) ก็จะแข็งตัว พอกพูนสร้างปากปล่องปะทุสูงขึ้น ไม่มีโอกาสไหลไกลออกไป เรียกเนินเขาที่สูงชันเช่นนี้ว่า ปลักโดม (Plug dome) มีปากปล่องช่องปะทุอยู่บนยอดเนิน ชาวบ้านเรียกเนินรูปกรวยนี้ว่า “เขาป่าช้า” หรือ “เขากระดูก” ด้วยในอดีตเคยพบเห็นเศษกระดูกมนุษย์บนยอดเขาลูกนี้และเชื่อกันว่าเคยใช้เป็นสถานที่เผาศพของคนตายในสมัยโบราณ มียอดเนินที่มีระดับต่ำลงมาตามลำดับประมาณ 10 เนินกระจายอยู่โดยรอบ
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของภูเขาไฟอังคาร คือ มีปล่องปะทุกาฝากหรือสาขา(Parasitic cone) เป็นเนินปล่องปะทุระเบิด (Volcanic vent) เล็กๆ พบอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีอยู่ประมาณ 2-3 ปล่อง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 - 20 เมตร ภูเขาไฟลูกนี้แสดงร่องรอยการยุบถล่มเป็นแนวซ้อนกันหลายชั้น มีช่องทางการไหลของหินลาวาออกมาหลายจุดแสดงถึงการปะทุระเบิดที่มีความรุนแรงกว่าภูเขาไฟลูกอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
หินลาวาของภูเขาไฟลูกนี้มีการหลากท่วมแผ่กว้างปกคลุมพื้นที่มากเป็นอันดับสองรองจากภูเขาไฟกระโดง หินภูเขาไฟเป็นหินบะซอลต์ มีสีดำปนเทา มีทั้งแบบเนื้อพรุนและเนื้อแน่น พวกเนื้อมีรูพรุนจะพบ ในเขตใกล้ปล่องปะทุระเบิด ส่วนพวกเนื้อแน่นจะพบอยู่โดยรอบเนินของภูเขาไฟ และมีการแตกเป็นรูปแท่ง เสาหินบะซอลต์ (Columnar Jointing) รูปเหลี่ยม มีทั้งสี่เหลี่ยมไปจนถึงหกเหลี่ยม มีขนาดของแท่งเสาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในปัจจุบันพบอยู่ 2 พื้นที่คือ
1. ในพื้นที่ของโรงโม่หินศิลาทองนางรอง ตำบลถาวร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
2. ในพื้นที่ของหมู่ที่ 12 บ้านโคกมะค่าโหร่น ตำบลสะเดา อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
สถานที่ : ภูเขาไฟอังคารเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว 1 ใน 6 ลูกของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เกิดจากการไหลทะลักของลาวา ตามแนวรอยเลื่อนแบบรอยเลื่อนย้อน อยู่ในเขตพื้นที่ของ 3 อำเภอ คือ อำเภอนางรอง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอละหานทราย มีทางเดินเท้า ทางเกวียน และทางรถยนต์ขึ้นสู่ยอดเขาหลายเส้นทาง แต่ทางขึ้นหลักที่จะไปเยี่ยมชมยอดภูเขาไฟเป็นทางรถยนต์จะอยู่ในเขตบ้านสายบัว ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เส้นทางนี้สะดวกทุกฤดูกาล
จังหวัด : บุรีรัมย์ อำเภอ : เฉลิมพระเกียรติ ตำบล : เจริญสุข