วัดจอมปราสาท
บรรยายนำชม
วัดจอมปราสาท ชื่อวัดเดิมตามคำบอกเล่าเรียกว่า วัดกุด หรือ วัดสระล้อมจอมปราสาทราชคีรีฤาษีสร้าง แต่ปัจจุบันชื่อที่เป็นทางการ คือ วัดจอมปราสาท ตั้งอยู่ที่บ้านเขว้า หมู่ 5 ต.สะเดา อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์
วัดแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจประการแรก คือ มีหลักฐานที่แสดงถึงการมีปราสาทขอมโบราณซึ่งแสดงให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณวัดนั้นเคยมีผู้คนอยู่อาศัยมาก่อนปราสาทหลังนี้มีอายุร่วมสมัยกับปราสาทพนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ มีหลักฐานที่เป็นโบราณวัตถุและโบราณสถานยืนยัน คือ บริเวณที่เป็นโบสถ์ในปัจจุบันนี้เคยเป็นที่ตั้งปราสาทขอม แต่มีการสร้างโบสถ์ คล่อมทับประสาท
โบสถ์นี้ใช้งานมาจนประมาณ ปี 2511 ได้มีการบูรณะและรื้อสร้างโบสถ์ใหม่ ใน พ.ศ. 2517 ทำให้ไม่ทราบว่าสภาพเดิมของปราสาทเป็นเช่นไร ยังคงเหลือเพียงคูน้ำที่เป็นรูปตัวยูเหลี่ยมอยู่ล้อมโบสถ์ทั้ง 3 ด้าน ยกเว้นด้านหน้า คือ ด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว และหลักฐานอื่นที่ยังหลงเหลือ คือ บารายใหญ่ที่อยู่ห่างจากวัดไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 200 เมตร มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 200 × 300 เมตร ขอบคันบารายปัจจุบันมีความกว้างประมาณ 10 - 15 เมตร ชาวบ้านเรียกว่า หนองทะเล และแผ่นหินทราย ที่เป็นเศษชิ้นส่วนของทับหลังปราสาทจำนวน 2 ชิ้น เสาประดับกรอบประตูหนึ่งชิ้น และชิ้นส่วนแลงที่ใช้สร้างปราสาทอีกจำนวนหนึ่ง
จากการตรวจสอบของนักโบราณคดีจากสำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา ซึ่งได้เดินทางมาสำรวจพื้นที่ในปี 2557 ตามคำขอร้องของเจ้าอาวาสวัด ได้มีเอกสารชี้แจงว่า ตัวปราสาทซึ่งถูกโบสถ์สร้างคร่อมทับไปแล้วนั้น น่าจะมีอายุอยู่ในช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 16 - 17 คือ ประมาณ 900 - 1000 ปีมาแล้ว โดยดูจากชิ้นส่วนของโบราณวัตถุที่ยังหลงเหลืออยู่ คือ ทับหลังทั้งสองชิ้น ซึ่งมีลวดลายการแกะสลักเป็นศิลปะแบบนครวัด ส่วนเสาประดับกรอบประตูเป็นเสาแปดเหลี่ยมมีลวดลายเป็นลักษณะของศิลปะเขมรแบบบันทายศรี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 และมีแท่งหินบดยา อีก 1 ชิ้น
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของวัดนี้ก็คือ พระพุทธรูป มีชื่อว่า หลวงพ่ออัมฤทธิ์มหามงคลอุดมสถิตทองนพเก้า เดิมเคยเป็นพระประธานอยู่ในอุโบสถหลังเก่า แต่หลังจากที่มีการสร้างอุโบสถหลังใหม่ จึงได้ย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นมาประดิษฐานในศาลาไม้ เป็น พระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อจากสัมฤทธิ์ ลงรักหุ้มทั้งองค์ มีขนาดสูง(รวมทั้งแท่นฐาน) 110 ซ.ม. หน้าตักกว้าง 72 ซ.ม. มีพระเศียรใหญ่ พระพักตร์รูปไข่ พระนลาฏกว้าง พระหนุเสี้ยม พระขนงโก่ง พระเนตรเหลือบลงต่ำ พระนาสิกแบนสันกว้าง พระโอษฐ์เม้มเล็กน้อย ขมวดพระเกศาแหลมเรียงติดกัน พระเกตุมาลานูน มีพระรัศมีเป็นรูปดอกบัวตูมเรียวสูง พระกรรณยาว ครองจีวร ห่มเฉลียง เปิดพระอังสะขวา ชายจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายตัดตรง ปลายนิ้วพระหัตถ์ทั้งห้าเท่ากัน ประทับอยู่บนฐานขนาดเล็ก มีรูปแบบเป็นศิลปะลาวกำหนดอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 24 - 25 หรือประมาณ 100 - 200 ปีมาแล้ว
หมายเหตุ การพระราชทานวิสุงคามสีมา มีครั้งแรกในไทยสมัย ร.5
เรียบเรียง โดย อาจารย์วันดี เธียรสวัสกิจ ประธานชมรมมัคคุเทศก์จังหวัดบุรีรัมย์ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์