ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์

บรรยายนำชม

ข้าวกล้องหอมมะลิใหม่ใบเตย ผู้บริโภคและตลาดต้องการสูงมาก เป็นข้าวที่เก็บเกี่ยวก่อนฤดูกาล     ช่วงพลับพลึง (ข้าวเม่า) จึงทำให้ มีความหอมที่เป็นเอกลักษณ์โดนเด่นที่สีและเมล็ดข้าวจะเป็นสีเขียว หอมเหมือนใบเตย มีคุณค่าทางอาหารเป็นอย่างมาก เพราะข้าวที่ยังเป็นน้ำนมข้าว เมื่อหุงสุกข้าวจะมีกลิ่นหอมดั่งใบเตย นุ่มเหนียวละมุน การบรรจุ ไม่รมควัน กันมอด

บ้านโคกมะค่าโหรน หมู่ที่ 12 ตำบลสะเดา อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มีจำนวนประชากรทั้งหมดประมาณ 640 คน เป็น ชาย 337 คน  หญิง 313 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2563)  เป็นหมู่บ้านที่ก่อตั้งมาแล้ว 63 ปี ได้อพยพหนีภัยสงคราม จาก ประเทศกัมพูชา เดิมบ้านโคกมะค่าโหรนอยู่ในเขตการปกครอง  ของ หมู่ที่ 11 เมื่อปี 2497 ต่อมาในปี 2506 ได้แยกหมู่บ้านออกเป็นหมู่ที่ 12  ของ ตำบลสะเดา อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์  ภาษาที่พูดส่วนใหญ่ คือ  ไทยโคราช   นับถือศาสนา  พุทธ  วัฒนธรรมเอกลักษณ์ คือ เคารพผู้เฒ่าผู้แก่  อาชีพหลัก คือ ทำนา  มีกลุ่มที่เข้มแข็ง 5 กลุ่ม คือ กองทุนหมู่บ้าน ก่อตั้งปี 2544 , กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ก่อตั้งปี 2544 , กขคจ. ก่อตั้งปี 2544,  ธนาคารข้าว ก่อตั้งปี 2536 และ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวภูเขาไฟบ้านโคกมะค่าโหรน ปีก่อตั้ง 2563

วิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวภูเขาไฟ บ้านโคกมะค่าโหร่น  ต.สะเดา  อ.นางรอง  จ.บุรีรัมย์  มีสมาชิก จำนวน 50 ราย มีพื้นที่ทำนา 978 ไร่  ติดเขาอังคาร , เขาซับม่วง , เขารัตนะบุรี , ผลผลิตต่อปี 240,900 กก. , ปริมาณที่ขายต่อปี 199,640 กก. (อ้างอิงจากข้อมูลสรุปผลการปฏิบัติ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 งานโครงการ RD02 จ้างงานประชาชนฯ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์)

ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น คือ ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟ ข้าวนาปีที่ปลูกในพื้นที่ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นทะเบียนข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ เป็นสินค้า GI  ชุมชนบ้านโคกมะค่าโหรนและหมู่บ้านใกล้เคียง มีลูกค้าออนไลน์จากการส่งเสริมด้านการตลาด โดย ศูนย์ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนบุรีรัมย์ (Buriram Local Products) ซึ่งเป็นธุรกิจ SE ส่งเสริมธุรกิจชุมชนและธุรกิจที่มิตรกับสิ่งแวดล้อม และในฤดูกาลผลิตตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 – 20 มีนาคม 2564 ชุมชนมีรายได้จากการสีข้าวสารภูเขาไฟจำหน่ายโดยเฉลี่ยประมาณ 350,000 บาท (สามแสนบาท)


กิจกรรมการเพาะปลูกข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์
การเตรียมพื้นที่ในการปลูกข้าวอินทรีย์ พันธุ์มะลิ 105

  1. การเตรียมพื้นที่ในการไถดะตากให้แห้ง 1- 15  วัน กลบตอซังข้าวเพื่อเตรียมหว่านพืชปุ๋ยสดตระกูลถั่ว (ปอเทือง ถั่วเขียว- ถั่วพร้า) การปลูกข้าวอินทรีย์เพียงปีละครั้ง โดยเลือกช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสมกับข้าวแต่ละพันธุ์และปลูกพืชหมุนเวียนโดยเฉพาะพืชตระกูลถั่วก่อนและหลังการปลูกข้าว อาจปลูกข้าวอินทรีย์ร่วมกับพืชตระกูลถั่วก็ได้ถ้าสภาพแวดล้อมเหมาะสม
  2. การเตรียมเมล็ดพันธุ์ชุมชนจะคัดเมล็ดที่มีคุณภาพด้วยตนเอง แล้วนำมาแช่น้ำเกลือ  ใส่น้ำ 3/1 ส่วน นำไข่ไก่หยอดลงน้ำไปในน้ำจนไข่ลอยแล้วนำเมล็ดข้าวปลูกที่เตรียมไว้มาแช่น้ำ โดยนำเมล็ดที่ลอยน้ำออก(เมล็ดหญ้าและเมล็ดข้าวลีบ) นำเมล็ดข้าวปลูกที่ได้มาแช่ เป็นเวลา 20 ชั่วโมง จากนั้นขึ้นมาพักหรืออบ(บ่มในกระสอบป่าน)ต่อไปอีก 12 ชั่วโมง จะได้ข้าวที่ตุ่มตางอกกำลังดีเพื่อนำไปเพาะกล้าหรือหว่านกรณีทำนาหว่านน้ำตม
  3. อายุการเก็บกล้องหอมมะลิใหม่ใบเตย มะลิ 105 จะใช้ระยะเวลาประมาณ 120 วันนับตั้งแต่ดำนา โดยมั่นดูแลโรคพืช โดยใช้ไตรโคเดอร์ ผลิตปุ๋ยหมัก–ทำน้ำหมักชีวภาพ (ใช้ในกลุ่ม)เพื่อเป็นสารป้องกันโรคพืช
  4. พอครบกำหนด ประมาณ 120 วัน ข้าวจะออกรวงให้สั่งเกตุเมล็ดข้าวจะเป็นสีเขียวและจะเป็นแป้งตลอดเมล็ดก็จะทำการเก็บเกี่ยวข้าวแล้วนำมาสี
  5. การปลูกข้าวด้วยกล้าต้นเดียว เกี่ยวด้วยมือ


การขายสินค้า
ชุมชนใช้เยาวชนทำการตลาดโดยใช้แนวทางไทยแลนด์ 4.0 ทำการตลาดออนไลน์  เป็นการเชื่อมคนสองวัย  ในการทำงานร่วมกัน พ่อแม่ทำนาลูกหลานเป็นคนขายรายได้ส่วนหนึ่งมอบเป็นทุนการศึกษาของเด็กในชุมชน

การบรรจุภัณฑ์
การสีกล้องหอมมะลิใหม่ใบเตยต้องแยกสีต่างหากจากข้าวทั่วไป โดยจะผ่านกระบาวนการสีจากโรงสีชุมชน หลังจากนั้นก็จะนำมาเก็บ สิ่งเจือปน ซึ่งจะใช้แรงการของคนในชุมชนจัดการแบบดั่งเดิม  ตามวิถีชุมชน

ข้อควรระวัง
เนื่องจากข้าวเป็นสินค้าชุมชนทำโดยชุมชน ควรเก็บรักษาในอุณหภูมิที่มีความเย็นและสามารถรับประทานภายใน  3  เดือน (หลังจากเปิดถุง)


-------------------------------------------------------------
ที่มาข้อมูล :  ขอขอบคุณ  นายประเทือง รัตนะชาติ  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  , นางสำรวม  คตวงค์  ชุมชนบ้านเขว้า และ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปข้าวภูเขาไฟบ้านโคกมะค่าโหรน ต.สะเดา อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์